ประวัติ เคลาดิโอ ทัฟฟาเรล อีกหนึ่งยอดผู้รักษาประตูระดับโลก.ในตำนาน

Claudio Taffarel
ประวัติ เคลาดิโอ ทัฟฟาเรล (Claudio Taffarel)

เคลาดิโอ ทัฟฟาเรล (Claudio Taffarel) เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 1966 เป็นนักอดีตฟุตบอลชาวบราซิล ที่เคยเล่นเป็นผู้รักษาประตู เป็นโค้ชผู้รักษาประตูของทีมชาติบราซิล และกาลาตาซาราย ในช่วงอาชีพ 18 ปี เขาได้เล่นให้กับห้าสโมสรที่แตกต่างกันทั้งในบราซิลและยุโรป โดยเริ่มต้นระดับอาชีพครั้งแรกกับ Sport Club Internacional ในปี 1985 ในขณะที่สโมสรหลังๆ ของเขาได้แก่ Parma, Reggiana, Atlético Mineiro และ Galatasaray ก่อนที่จะจบอาชีพของเขาในปี 2003 หลังจากได้สร้างผลงานไว้กับ Parma

ทัฟฟาเรลได้ลงเล่นให้กับบราซิลมากถึง 100 นัด ช่วยทีมชาติคว้ามแชมป์ World Cup 1994 นอกจากนี้ยังปรากฎตัวในการแข่งระดับนานาชาติที่สำคัญอีก 8 ครั้ง ตลอดระยะเวลาหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา โดยผลงานที่โดดเด่นมากที่สุดคือการช่วยให้ทีมชาติบราซิลจบได้ในอันดับรองชนะเลิศใน World Cup 1998 และแชมป์ Copa America สองสมัยในปี 1989 กับ1997 นอกจากนี้ยังได้ชนะเหรียญเงินในการแข่ง Summer Olympic Game ปี 1988 อีกด้วย

เส้นทางอาชีพผู้รักษาประตูของเคลาดิโอ ทัฟฟาเรล

Claudio Taffarel
ประวัติ เคลาดิโอ ทัฟฟาเรล (Claudio Taffarel)

เขาเริ่มต้นอาชีพด้วยการปรากฏตัวใน Serie A 14 ครั้งให้กับสโมสร Sport Club International แม้ว่าจะไม่ใช่จำนวนที่มากมายอะไร แต่ทุกครั้งที่เขาได้ลงสนามก็ได้สร้างผลงานไว้ไม่น้อย จนทำให้เขาชนะรางวัล Golden Ball ในฤดูกาล 1988 ก่อนที่เขาจะย้ายไปอยู่กับ Parmar ที่เพิ่งเลื่อนชั้นมาเป็น Serie A หมาดๆ ในปี 1990 ตามข้อมูลที่มีผู้เปิดเผยออกมา การที่ทัฟฟาเรลได้ย้ายไปอยู่กับ Parmar นั้นเป็นเหตุผลเรื่องเงินเป็นส่วนใหญ่ ในเวลานั้น Calisto Tanzi เจ้าของบริษัท Parmalat ซึ่งเป็นเจ้าของสโมสรอยากจะได้ผู้รักษาประตูชาบราซิล เพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้กับบริษัทของตน ที่เขาวางแผนที่ขยายกิจการไปยังแถบบราซิล

ด้วยเหตุนี้เองทำให้ทัฟฟาเรลกลายเป็นผู้รักษาประตูที่ไม่ใช่ชาวอิตาลีคนแรกที่ลงเล่นใน Serie A และได้ปรากฏในเกมลีกทั้งหมด 34 เกม ภายใต้การนำของ Nevio Scala ที่พาทีมจบได้อันดับที่หก พร้อมกับได้ผ่านเข้ารอบคัดเลือกใน UEFA Cup ตามด้วยคว้าแชมป์ Coppa Italia ในปี 1992 และ Cup Winners’ Cup ในปี 1993 แม้ว่าเขาจะมีผลงานที่โดดเด่น แต่ด้วยระเบียบที่เคร่งครัดของสโมสร ที่อนุญาตให้ผู้เล่นที่ไม่ใช่อิตาเลียนสามคนเท่านั้นในการเริ่มต้นทีม ซึ่งประกอบไปด้วย Faustino Asprilla, Tomas Brolin คนสุดท้ายคือ Georges Grun ที่ถูกเลือกให้เล่นโดย Nevio Scala ทำให้ทัฟฟาเรลต้องนั่งรอดูอยู่ขอบสนามนานกว่าสองฤดูกาล

ในที่สุดด้วยวัย 32 ปี เขาก็ได้กลับไปเล่นในยุโรปอีกครั้งกับ Galatasaray S.K. ทำผลงานใหญ่ด้วยการชนะหกถ้วยรางวัลสำคัญในช่วงสามปีที่ผ่านมา ที่โดดเด่นที่สุดในที่สุดคือ Super Lig กับ UEFA Cup 1999-2000 ในรอบสุดท้ายด้วยชัยชนะจากยิงลูกโทษ 4-1 เหนืออาร์เซนอล ตามหลังด้วยเสมอ 0-0 หลังจากผ่านไป 120 นาที ซึ่งเขาถูกเลือกให้เป็น Man of the match สุดท้ายแล้วเขาก็ตัดสินใจกลับไปอยู่กับ Parma เพื่อรอวันอำลาวงการ โดยเขายังคงเป็นตัวเลือกคนสำคัญรองลงมาจาก Sabastian Frey

ในที่สุดเขาก็ได้ประกาศจบอาชีพนักฟุตบอลของเขาในปี 2003 หลังจากได้อยู่ในสโมสรมาเกือบสองฤดูกาลด้วยวัยเพียง 37 ปี โดยที่เขาปฏิเสธข้อเสนอจาก Empoli FC เพราะรถยนต์ของเขาพังขณะที่เขากำลังเดินทางไปเซ็นสัญญา ซึ่งภายหลังเขาอธิบายว่ามันอาจเป็น ‘สัญญาณจากพระเจ้าก็เป็นได้’ อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้ห่างหายจากวงการฟุตบอลไดแต่อย่างใด เพราะทัฟฟาเรลกับเพื่อนร่วมทีมของเขา ได้จัดตั้งเอเจนซี่ที่มุ่งเน้นฝึกเด็กที่มีแนวโน้มในการเป็นนักฟุตบอลที่ดีในอนาคต แถมยังได้กลับไปเป็นโค้ชผู้รักษาประตูให้กับสโมสร Galatasaray อีกด้วย