หลุยส์ ฟิโก้ ตำนานจอมเทคนิคแห่งวงการลูกหนัง

เรียกได้ว่าเขาคือนักฟุตบอลในตำนานอีกหนึ่งคนที่ใครหลายคนชื่นชอบมากๆ ก็ว่าได้ เพราะลีลาการเล่นฟุตบอลของเขาเรียกได้ว่าโหดเกินคำบรรยาย แต่กว่าจะเล่นจนได้ฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์นั้น ก็ต้องเรียนรู้ฝึกฝนอย่างเอาเป็นเอาตาย ทุ่มเททั้งแรงกาย และแรงใจเพื่อให้เกิดผลสำเร็จสูงสุด เพราะจุดเริ่มต้นในวงการฟุตบอลของนักเตะแข้งโหดคนนี้นั้น ต้องเจอลมฝนกระหน่ำมานักต่อนักแต่เขาก็ไม่เคยย่อท้อต่อความยากลำบาก หรือยอมแพ้ต่อโชคชะตา  สิ่งนี้จึงกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาเกิดความมุ่งมั่นอย่างสุดขีด และตั้งปณิธานว่าเขาจะต้องกลายเป็นนักเตะดาวรุ่งให้ได้

ชีวิตในวงการฟุตบอลของเขานั้นเริ่มต้นมาตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นเด็ก โดยก้าวเท้าเข้าไปสู่สโมสรที่ลิสบอนก่อนหลังจากนั้นไม่นานด้วยความที่เขามีฝีเท้าชั้นเยี่ยมทำให้หลุยส์สามารถเข้าไปสู่ทีมชาติโปรตุเกสได้ในที่สุด และทำผลได้งานได้อย่างดีเลิศจนคว้าแชมป์โลกได้ ชีวิตหลังจากการได้แชมป์นั้นต่างกันราวฟ้ากับดินเพราะเขาได้รับโอกาสมากมายจากผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการ จนกระทั่งเขาได้เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของสโมสรบาร์เซโลน่าในที่สุด

แต่อย่างไรก็ตามเขาได้พัฒนาฝีเท้าเรื่อยมาอย่างไม่หยุดยั้ง จนในช่วงเวลานั้นเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เล่นปีกขวาที่น่ากลัวที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะฟอร์มการบุกที่ไม่ปราณีใครของเขานั้น สามารถข่มขวัญคู่ต่อสู้ได้เป็นอย่างดี ประกอบกันกับการเล่นที่เข้าขากันกับเพื่อนร่วมทีม ทำให้เขาสามารถพาทีมยิงประตูได้บ่อยครั้ง นอกจากนี้ทักษะการเลี้ยงบอลที่ไม่มีใครเทียบชั้นได้  ทำให้ยากยิ่งนักที่จะไปแย่งบอลมาจากแข้งทองของเขา และด้วยความอัจฉริยะในการเล่นฟุตบอลทำให้เขาอ่านเกมส์ขาดมาก นับได้ว่าเป็นนักเตะที่ครบเครื่องของจริง

นักเตะดาวรุ่งที่ค่าแข้งแพงสุดๆ 

สิ่งที่ให้ใครหลายคนจดจำชื่อเสียงเรียงนามของเขาได้ก็คงเป็นเพราะ เขาได้รับค่าตัวแพงที่สุดในโลกจากการย้ายชายคาไปซบอกเรอัล มาดริดก็ว่าได้ เพราะประธานโมสรคนล่าสุดชื่นชอบฟอร์มการเล่นของเขามากจนยอมทุ่มสุดตัวเพื่อแย่งชิงตัวเขามาจากบาร์ซ่า ณ เวลานั้นก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การย้ายบ้านของเขากันอย่างหนาหู ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกสิ่งอย่างย่อมมีเหตุผลของมันก็มีทั้งคนที่เข้าใจ และไม่เข้าใจในการตัดสินใจของเขานั้นย่อมเป็นเรื่องธรรมดา แต่นั่นก็ไม่ทำให้ส่งผลกระทบต่อความเป็นมืออาชีพของเขาไปได้เลยแม้แต่น้อย เพราะการเล่นก็ไม่เคยด้อยคุณภาพลงไปเลย

อยู่ที่ไหนก็รุ่งพุ่งกระฉูด

ไม่ว่าเขาจะไปอยู่ที่สโมสรใดเขาก็สามารถทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกๆ ฤดูกาล และด้วยความฉลาด รอบรู้เรื่องฟุตบอลทำให้ผู้ใหญ่ในสโมสรชื่นชอบที่จะมาสนทนาปรึกษา และสอบถามความคิดเห็นของเขาอยู่บ่อยๆ ในหลายเรื่องเพื่อนำมาปรับปรุงศักยภาพของนักเตะภายในทีมให้สุดยอดยิ่งๆ ขึ้นไป

รางวัลคือแรงขับเคลื่อน

หลังจากที่ลงเล่นให้กับ เรอัล มาดริดได้ไม่ถึงปีเขาก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบังลังดอร์ จนในที่สุดเขาก็ได้รางวัลนี้มานอนกอดอย่างภาคภูมิใจ อย่างที่ทราบกันดีว้ารางวัลนี้มีคุณค่ากับนักเตะมากขนาดไหน ดังนั้นการได้มาก็ยิ่งทำให้เขาเกิดความรู้สึกอยากเล่นฟุตบอลให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนชั้นยอดเยี่ยมให้หลุยส์เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังมีรางวัลการันตีความเป็นเพชรน้ำงามของเขาอีกมากมายจนนับไม่ถ้วนกันเลยทีเดียว